Thursday, July 31, 2014

Friday, July 25, 2014

How Thailand Can Outlast Its Enemies

Image: Weathering a siege requires not only strong walls, but the ability
to outlast the enemy as well. This can only be done by building something
sustainable within the walls, and something worth defending. 
July 26, 2014 (Tony Cartalucci - ATN) - Thailand's culture, people, and history is directly tied to that of its indigenous, ancient institutions. For centuries these institutions have guided Thai society, protected it from a turbulent world beyond its borders and at times when this turbulence finds its way within Thailand's borders. For Thais, these institutions not only give the people cultural and sociopolitical underpinnings, but they give the people tangible, pragmatic guidance in building their communities stronger, closer, and better - and like healthy cells in a body - they create a nation that is likewise stronger, closer, and better. 

A strong, independent, self-sufficient Thailand has always been troublesome to history's various empires, both within Asia, and as far as Western Europe. Thailand has fought long and hard, but also cleverly, to maintain a balance among its potential enemies and weather the temporary inroads the "empire of the day" makes within Thai territory and culture, until that empire passes on - leaving Thailand to remain. 

Desperately Distasteful Propaganda 

VICE recently published an article by Andrew Marshall - a paid-propagandist who was previously an unreadable writer and senior staff member of Reuters - talking about an HBO comedian and his crass, disrespectful, but rather obscure comments about Thailand, its political crisis, and its royal family - a topic most Americans and Europeans are wholly ignorant of, have no opinion on, and frankly don't care about.

Such an obscure article that no one without a deep knowledge of Thailand would even get, let alone read, is rather suspicious. Those that do read it will recognize the deceit and overt attempts to undermine the forces that just ousted Western-backed dictator, billionaire Thaksin Shinawatra and his political machine.

VICE exposes itself as a "rag-for-rent," while HBO reveals its role in programming Western public opinion where otherwise it would never have formed on its own. Most Americans literally couldn't even find Thailand on a map, and if they tried they'd end up pointing at Taiwan.

Empire has chosen once again to make inroads in Thailand, socially, politically, culturally, and economically. With Thaksin Shinawatra, it aimed at undermining and transforming the sociopolitical walls that have protected the nation for centuries from the inside. They have failed. Now their sociopolitical assault has taken the form of siege warfare - surrounding and battering the Kingdom with every weapon it can find - from discredited former Reuters staff, to magazines like VICE, to editorials and spun news items in mainstream sources like the Daily Mail, CNN and the BBC. 

Tuesday, July 15, 2014

ประเทศไทยกับการปฏิวัติฝรั่งเศส

(English version: "Thailand and the French Revolution") โดยแอนโทนี่ คาร์ตาลุชชี่ 15 ก.ค. 2557 - เป็นความขัดแย้งที่น่าประลาดใจ ทำไมคนที่เรียกตัวเองว่า"หัวก้าวหน้า"ในประเทศไทยจึงอ้างอิงการปฏิวัติฝรั่งเศสมาเป็นเรื่องบันดาลใจ? คนพวกนี้ช่างอ่อนหัด เบาปัญญาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ จนกระทั่งไม่รู้เชียวหรือว่าไอ้ที่เรียกว่า"ปฏิวัติ" มันลงเอยอย่างไร? มันจบลงด้วยการนองเลือดอันน่าสยดสยอง การกัดกร่อนและทำลายล้างประเทศตนเอง และแล้วในกองขี้เถ้าก็มีมารเผด็จการอบุติขึ้นมา ยิ่งร้ายกาจกว่าสิ่งที่พวกเขามุ่งหมายที่จะขจัดทิ้งเสียอีก

ไม่เพียงแต่พวกเขาลงเอยด้วยทรราชใหม่มาเสวยอำนาจ แต่ทรราชตนนี้ขยับขยายความอยุติธรรมของฝรั่งเศสออกไปเกินเขตแดนของตนเอง ในรูปของจักรวรรดิ์ ท้ายที่สุด นโปเลียนก็ประกาศตนเป็นกษัตริย์ น่าอลเวงจริงๆ ตราบจนวันนี้ฝรั่งเศสก็ยังปกครองโดยกลุ่มทุนอันผุกร่อน ที่กำลังกัดกินประเทศ สวาปามทรัพยากรอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก ทำลายเกียรติยศของฝรั่งเศสจนฟอนเฟะไปทั่วโลก ด้วยการล่าอาณานิคมครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุดคือที่มาลี ไอเวอรี่โคสต์ ลิเบีย กับการพยายามที่จะคว่ำรัฐบาลซีเรีย เคียงข้างสหรัฐฯ อังกฤษ พร้อมๆกับทรราชของตูร์กี ซาอูดิอเรเบีย กาตาร์และอิสราเอล ทั้งหมดนี้ภายใต้หมอกม่านแห่ง"ประชาธิปไตย" โดยสร้างภาพลวงตาว่าประชาชนมีทางเลือก แต่แท้ที่จริงไม่มี

ประชาชนชาวฝรั่งเศสต้องกลั้นลมหายใจทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง โดยหวังว่า"ครั้งนี้" เสียงของพวกเขาจะได้รับการรับฟัง แต่แล้วทุกๆครั้ง ความเป็นไปได้ของมันก็ไกลเกินเอื้อมอยู่เสมอ พอๆกับการที่จะคาดหวังให้นโปเลียนรับฟังความต้องการของประชาชน มากกว่าการไคว่ขว้าความต้องการของตัวเอง เพื่อตัวเอง ด้วยอำนาจบาตรใหญ่ เช่นนี้แล้ว "ปฏิวัติฝรั่งเศส"คืออะไรกันแน่ในความเป็นจริง?

แท้ที่จริงแล้ว มันไม่ได้เป็นการก้าวหน้าของสามัญชน แต่เป็นการวิวัฒนาการของทรราช วิวัฒนาการที่ยังคงดำรงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนบัดนี้ สิ่งที่"นักปฏิวัติ"ต่อสู้ให้ได้มา กลับเป็นการครอบงำแบบทรราชที่แฝงเร้นได้เนียนขึ้น ยั่งยืนขึ้น มากกว่ารูปแบบทรราชที่เปิดเผย สุดโต่ง กระนั้นก็ตาม อย่าได้มองผิดเพี้ยนไป ไม่ว่าจะดูเนียนมากเพียงใดมันก็เป็นทรราชอยู่ดี

สำหรับประเทศไทย ใครที่ชูธง"ปฏิวัติฝรั่งเศส" ก็จงแน่ใจได้เลยว่าพวกเหล่านั้นไม่โง่เง่าก็ใจทรชน หรือเป็นทั้งคู่ ชูธงสงครามกลางเมืองเพียงเพื่อสร้างรัฐบาลสเป็คตัวเอง ยิ่งจะซำ้เติมสถานการณ์จนย่อยยับทั้งระยะสั้นและระยะยาว บรรดา"หัวก้าวหน้า"เหล่านี้มิได้เป็นวิญญูชน อย่างที่พวกเขาหลอกตัวเองว่าเป็น นี่ซิน่ากลัวยิ่งนัก

คำกล่าวว่า"การรู้แต่น้อยย่อมน่าอันตราย" แสดงให้เห็นว่าคน"หัวก้าวหน้า"เหล่านี้มั่นใจนักว่า ตนฉลาดมากกว่าคนไทยทั่วๆไป ความพผองกลับทำให้พวกเขามืดบอดกับสิ่งที่ตัวเองกำลังกระทำ คติแห่งความเหนือชั้นกว่านำพาพวกเขาสู่มายาภาพแห่งความรู้สึกว่าตนไม่ต้องเคารพต่อผู้ใดหรือสิ่งใด และระบอบทักษิณภายใต้เสื้อคลุม"ประชาธิปไตยแบบตะวันตก"พาพวกเขาให้ห่างเหินจากสถาบันเก่าแก่ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เหล่าผู้หลงตัวเองที่ผยองด้วยคติทำลายล้าง อยากเห็นไทยราบพนาสูญแบบฝรั่งเศส แล้วสร้างขึ้นใหม่ด้วยทรราชที่เลวร้ายกว่าที่อ้างว่าสถาบันหลักของไทยเป็น ทั้งสิ้นทั้งปวง เพียงเพราะพวกเขา"คิด"อุตริว่าตนมี"ปัญญาเร้นลับ" เพียงพวกตนเท่านั้นปราดเปรื่องพอที่จะเข้าใจ

การปฏิวัติที่แท้จริงไม่ได้เป็นอย่างที่ชาวฝรั่งเศสก่อเกิดขึ้นมา ช่วงก่อนที่โปเลียนจะผงาดขึ้นเป็นทรราชผู้ทำลายล้าง การปฏิวัติที่แท้จริงต้องวัดตวงด้วยความก้าวหน้าภาคปฏิบัติ ที่ให้อำนาจประชาชนโดยตรง มิใช่ผ่านทางหุ่นเชิดที่แอบอ้างการเป็นตัวแทนแห่งผลประโยชน์ สถาบันท้องถิ่นที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อแสวงหาคำตอบภาคปฏิบัติต่อปัญหาประจำวันของผู้คน นี่แหละคือการให้อำนาจที่แท้จริง ซึ่งย่อมต่อต้านและลดทอนอำนาจของผลประโยชน์พิเศษส่วนตน การปฏิวัติที่แท้จริงไม่ใช่การเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่การเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่การหย่อนบัตร"เลือก"ผู้แทนที่เสแสร้งที่จะใส่ใจในผลประโยชน์ของประชาชน

เสรีภาพที่แท้จริงมาจากความพอเพียงในตนครบทุกด้าน ทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ในรูปแบบของการศึกษา ทรัพยากร เกษตรกรรม แม้กระทั่ง ศิลปะและสันทนาการ สิ่งประการทั้งปวงเหล่านี้ สถาบันหลักของชาติในปัจจุบันได้นำพา ส่งเสริมอยู่แล้ว ใครก็ตามที่บ่อนทำลายสถาบันหลักเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้ที่ต้องการครอบงำประชาชน ไม่ใช่ผู้ที่กอบกู้ประชาชน พลังอำนาจอันประสงค์ร้ายนี้มีเหล่าสาวกที่คอยเจือจาน ประสานหนุน ....ทั้งสิ้นทั้งปวง ในนามของ"การปฏิวัติ"