Showing posts with label thai language. Show all posts
Showing posts with label thai language. Show all posts

Tuesday, January 26, 2021

US-backed Thai Mobs: Any Reason to Protest

January 26, 2021 (Brian Berletic - LD) - For a week the US-backed Thai opposition had criticized the government's COVID-19 plans and a deal made with AstraZeneca in particular. 



Now they are complaining that the Thai government did not buy AstraZeneca vaccines from India - who is producing them through the SAME deal Thailand and Siam Bioscience are in the process of implementing now.

Brian Berletic, formally known under the pen name "Tony Cartalucci" is a geopolitical researcher, writer, and video producer (YouTube here and BitChute here) based in Bangkok, Thailand. He is a regular contributor to New Eastern Outlook and more recently, 21st Century Wire. You can support his work via Patreon here. 

Saturday, October 17, 2020

ฮ่องกงโมเดล​ in​ ไทยเเลนด์ (Hong Kong Model in Thailand)

English Version: Thailand: US-funded Protest Flops Again - Ends With Mob Running From Police

US พยายามหนุนม้อปใช้รูปเเบบการประท้วงเเบบ ฮ่องกงโมเดล ในไทย จนเเล้วจนเล่าก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ม้อปครั้งล่าสุดมีผู้ร่วมประท้วงหลักพันต้นๆ เจ้าหน้าที่พยายามจบม้อปด้วยวิธีที่ละมุนละม่อม ทุกขั้นตอนทำตามหลักสากล เเต่ยังมิวายโดนประนามว่า ใช้ความรุนเเรง 


ม้อปรูปแบบนี้ ยังคงมีต่อไปอีกเป็นเดือน(s) จนกว่ารัฐบาลจะจัดการรวบหัวรวบหางเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้สนับสนุน ต้องรวบทั้งหมดทุกองค์กร ,รายตัวรายบุคคล ,รายพรรค มันถึงจะจบ


Tuesday, August 18, 2020

เหตุผลที่ "อเมริกา" อยู่เบื้องหลังการ "ชุมนุม"

English Version Here: Why is the US Funding Protesters to Attack Thailand's Military and Monarchy?

วันที่ 5 สิงหาคม 2563 (Tony Cartalucci - LD) วอชิงตันมองว่า ประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความใกล้ชิดกับจีนมากเกินไปปรากฎให้เห็นถึงรูปแบบการแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาในการพยายามเปลี่ยนระบอบการปกครองที่ปรากฏชัดอยู่บนท้องถนนของประเทศไทยในขณะนี้



การประท้วงมีเป้าหมายอย่างเปิดเผยการต่อต้านรัฐบาล ทหารและสถาบันกษัตริย์ คล้ายกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่สหรัฐฯ หนุนหลังการประท้วงในฮ่องกงเมื่อไม่นานมานี้

#มันคือลัทธิล่าอาณานิคมแบบนีโอ – ปลุกปั่นขบวนการคลั่งประชาธิปไตย อันมีจุดมุ่งหมายในการทำลายเอกภาพในการตัดสินใจทางด้านนโยบายการต่างประเทศ เศรษฐกิจ และพันธมิตรทางการทหาร การคลั่งประชาธิปไตยที่ซุกซ่อนการให้หารสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างลับๆ โดยมีวัถุประสงค์แอบแฝง

แม้ผู้ประท้วงจะไม่มีการระบุเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เป้าหมายที่แท้จริงของความวุ่นวายที่สหรัฐฯ หนุนหลังผู้ประท้วงในไทย ก็คล้ายกับการสร้างความวุ่นวายในฮ่องกง – เพื่อกดดันปักกิ่ง โจมตีเสถียรภาพของจีน ทำลายเสถียรภาพของประเทศคู่ค้า


รวมทั้งพันธมิตรทางการทหารซึ่งรวมถึงประเทศไทยในปัจจุบัน
ประเทศไทย มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียนได้เพิ่มความสัมพันธ์กับจีนอย่างมีนัยสำคัญช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนเป็นหุ้นส่วนกับไทยในการส่งออก การนำเข้าสินค้าหลักของไทย โดยให้การลงทุนโดยตรง

จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นส่วนใหญ่ในไทยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนสนับสนุนการปรับปรุงกองทัพไทยให้ทันสมัย รวมทั้งในการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ระบบรถไฟความเร็วสูงที่จะขยายโครงการ One Belt, One Road (OBOR) ของจีนที่จะเจาะลึกเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ไทยยังปฏิเสธอย่างเปิดเผยหลายครั้งที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐฯในการกดดันปักกิ่งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เช่นทะเลจีนใต้ เห็นได้ชัดว่าเหตุใดสหรัฐฯจึงต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในประเทศไทย อยู่เบื้องหลังความปรารถนาที่จะผลักดันประเทศไทยให้ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

สื่อตะวันตกค้นหาหาความลับเบื้องหลังผู้ให้การสนับสนุนผู้ประท้วง สื่อตะวันตกสนุกที่จะรายงานการประท้วงในไทยแบบนิยาย "แฮร์รี่พอตเตอร์" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายอานนท์ ผู้นำการประท้วงวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และกองทัพของไทยอย่างเปิดเผย

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้ทุนสนับสนุน - ประชาไท - กล่าวถึงการประท้วงเล็กๆ ในบทความที่ว่า "การปฏิวัติจะมีมนต์ขลัง : การประท้วงในธีมแฮร์รี่พอตเตอร์เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" แม้ว่าการประท้วงจะมีคนไม่ถึง 100 คนก็ตาม

สิ่งที่สื่อตะวันตกและหน่วยงานที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวถึงคือ นายอานนท์เป็นใคร มีบทบาทของเขาในการเป็นผู้นำการประท้วงเป้นมาอย่างไร ใครเป็นทุนสนับสนุนกิจกรรมของเขา เพราะเหตุใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีการกล่าวถึงแรงจูงใจ

ที่แท้จริงของคนอย่างนายอานนท์ในการกำหนดเป้าหมายโจมตีทางการทหารและสถาบันกษัตริย์ของไทย เห็นได้ชัดว่าสหรัฐฯ ต้องการให้ระบอบการปกครองของไทยขึ้นอยู่กับอำนาจวอชิงตันทั้งทางการเงินและทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง ความเข้มแข็งของกองทัพและสถาบันกษัตริย์จึงไม่ตอบโจทย์ของวอชิงตัน

แม้จะเอ่ยชื่อนายอานนท์ นำภาและผู้นำคนอื่นๆ เป็นครั้งคราว แต่สื่อตะวันตกและสื่อในพื้นที่ก็ยืนยันว่าการประท้วงเป็นแบบ "ธรรมชาติ" และ "ไร้ผู้นำ" มุ่งเป้าไปที่การบรรลุเป้าหมายที่คลุมเครือ โดยอ้างถึงเจตนาอย่าง "ประชาธิปไตย" และ "สิทธิมนุษยชน"


การประท้วงไม่ได้ "ไร้ผู้นำ" นายอานนท์ นำภา เป็นทนายความและสมาชิกของ Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) ได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯผ่านทาง

National Endowment for Democracy (NED) ที่มีชื่อเสียงมายาวนานซึ่งถูกเปิดโปงว่าเป็นแขนขาของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ไปทั่วโลก

A special thanks to Twitter user @jOR_osk99 who translated this article in a Twitter thread. ขอบคุณมากครับ

Thursday, April 11, 2019

ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย

West Finds New Anti-China Puppet in Wake of Thai Elections (Original English) 
ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย 

การแทรกแทรงทางการเมืองของโลกตะวันตกเผชิญกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง คราวนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย 


ด้วยประชากรณ์กว่า 70 ล้านคน และเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังก้าวสู่การเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคที่สำคัญในนโยบาย One Belt, One Road ของจีน ทำให้สหรัฐและพันธมิตรต้องการจะหนุนฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนขึ้นสู่อำนาจในการเลือตั้งของไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชารัฐซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับกองทัพได้คะแนนความนิยมที่สูงกว่า ทำให้ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐหนุนหลังพบกับความพ่ายแพ้ร้ายแรงในการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจเป็นครั้งแรกในปี 2544 

ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐหนุนมีผู้นำคืออดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐี นักโทษหนีคดีผู้ลี้ภัยทางการเมือง เขาถูกโค่นล้มจากอำนาจในปี 2549 ภายหลังมีข้อครหาการคอรัปชัน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการพยายามจะกุมอำนาจรัฐทั้งหมดไว้ทกับตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

จากนั้นมาทักษิณได้พยายามจะหวนคืนสู่อำนาจผ่านทางการใช้ตัวแทนหลายคน ซึ่งหนึ่ในนั้นมีน้องสาวของตน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งปี 2554 ถึง 2557 และเฉกเช่นเดียวกับพี่ชาย ได้ถูกโค่นล้มจากอำนาจโดยการแทรกแทรงของศาลและกองทัพ 

Thursday, October 13, 2016

Thailand's King Passes into Immortality

October 13, 2016 (ATN) - [Scroll down for English Below.]

ในหลวงของคนไทยสวรรคตเพื่อไปสู่อมตะ พระองค์ไม่ได้จากไปไหน พระองค์ได้อยู่กับพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลของประเทศไทย อีกทั้งงาน/แนวคิด ของพระองค์จะอยู่คงอยู่หัวใจและการกระทำของคนไทยตลอดไป

ประเทศไทยกำลังอยู่ภายใต้ความโศกเศร้าเสียใจถือเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านที่อ่อนไหว สำหรับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่แล้ว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนไทย

พวกเราต้องเข้าใจว่าพระองค์ได้ไปสู่สรวงสวรรค์กับพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีของไทย ซึ่งเป็นอมตะไม่มีวันตายและอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน ผ่านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ หัวใจของไทยทุกคนทั้งชาติ

พระองค์ให้ความรักและดูแลคนไทยทั่วทั้งชาติให้มีความอยู่ดีกินดีด้วยการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ได้ทำงานอย่างหนักทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาไปทั่วราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำ และการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง

พระองค์จะคงอยู่ตลอดไป ผ่านการดำเนินรอยตามแนวทางที่พระองค์สร้างไว้ อาทิ เช่น การที่เครือข่ายประชาชน ทั้งด้านเกษตรอินทรีย์ ด้านพลังงานพึ่งพาตนเอง ฯลฯ ต่างได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ และดำเนินตามแนวทางที่พระองค์วางไว้

ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ลงไปช่วยผู้คนในพื้นที่ห่างไกล ท้องถิ่นทุรกันดาร ในพื้นที่ที่ถูกลืม เพื่อให้คนเหล่านั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งคนไทยต้องทำได้ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ทำให้พระองค์จะอยู่กับเราตลอดไป ผ่านการกระทำและหัวใจของพวกเราทุกคนนั่นเอง


เพราะฉะนั้น ถ้าคนไทยเข้าใจสิ่งที่พระองค์ทำได้ และสามารถทำได้แบบพระองค์ สามารถอธิบายสิ่งที่พระองค์ทำได้ สามารถเจริญรอยตามที่พระองค์วางไว้ได้ นั่นก็หมายความว่า พระองค์จะอยู่กับคนไทย 70 ล้านดวงใจของไทยทั้งชาติตลอดไป ซึ่งจะนำพาประเทศไทยให้เข้มแข็งและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้

ประเทศไทยเป็นประเทศเก่าแก่ในประวัติศาสตร์ สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆและหลายประเทศตัองยอมพ่ายแพ้

นี่คือ เหตุผลว่าทำไมศตรูของประเทศไทยถึงได้ดันทุรังและพยายามบ่อนทำลายความเข้มแข็งของประเทศไทยมาหลายทศวรรษ แต่ประเทศเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำอะไรประเทศไทยได้เลย


คนไทยโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของพระองค์ แต่ตราบเท่าที่คนไทยสามารถนำสิ่งที่ในหลวงได้สอนไว้มาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม การช่วยพัฒนาประเทศชาติผ่านเทคโนโลยีสมัยต่างๆ และการเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันในการทำสิ่งดีๆเพื่อประเทศชาติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะคงอยู่ตลอดไป King Bhumibol Adulyadej will live on forever.

พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ก่อนหน้ารัชกาลที่ 9 ทรงอยู่ในหัวใจ ความทรงจำ และการลงมือทำสิ่งต่างๆของคนไทยนับล้านๆคน และ ขณะนี้พระองค์ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยเพื่อไปอยู่ร่วมกับพระมหากษัตริย์พระองค์อื่นๆ และได้วางแนวทางความสำเร็จต่างๆ ให้คนไทยได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท

แม้ปีนี้จะเป็นแห่งความโศกเศร้าที่ในหลวงรัชกาล 9 สวรรคต แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นเวลาพิเศษที่เราได้ตระหนักว่าพระองค์ได้ทรงทำอะไรมาเพื่อพวกเราบ้าง


สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้พระองค์ภูมิใจในสิ่งทีพระองค์ได้ทำมาทั้งชีวิต คือ การทำตามคำสอนของพระองค์ด้วยการลงมือทำอย่างแท้จริง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะอยู่กับพวกเราด้วยความยิ่งใหญ่ ทรงพลัง มีความหมาย สัมผัสได้ ตลอดไป พระองค์จะอยู่กับเราทุกคนทุกแห่งขอแค่เราเดินตามรอยที่พระองค์ได้วางไว้

ตัวอย่างที่พวกเราสามารถทำได้ อาทิเช่น
• การปลูกพืชผักเพื่อเป็นอาหารกินเองในชีวิตประจำวัน / การทำเกษตรอินทรีย์ตามหลักแนวทางผู้ปลูกผู้บริโภคปลอดภัย ให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรง
• การสนับสนุนสินค้าเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้
• การสอนเยาวชนในท้องถิ่นให้มีทักษะทั้งการศึกษาและการประกอบอาชีพ
• การร่วมกับเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านพลังงานการพึ่งพาตนเอง เพื่อพัฒนาประเทศ และ
• การร่วมกับนักประดิษฐ์ / นักนวัตกรรม ร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรงขึ้น

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆน้อยเท่านั้น ที่เราสามารถทำได้และยังมีตัวอย่างและรูปอื่นๆอีกมากทีในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้บุกเบิกไว้ เพื่อให้คนไทยได้เดินรอยตามท่าน ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้พระองค์จะทรงอยู่กับคนไทยตราบนานเท่านาน

หากคนไทยได้ลงมือทำตามหลักการที่พระองค์สอนไว้ เมื่อความโศกเศร้าของคนไทยสิ้นสุดลง ประเทศไทยจะเข้มเแข็งมากกว่าที่เป็นมา เพราะพระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่จะอยู่ทรงอยู่กับคนไทย เพื่อพัฒนาชาติไทยให้เจริญ เหมือนกับที่พระองค์ได้ทำมาไว้ แต่จากไปนี้ความรับผิดชอบนี้อยู่กับคนไทยทุกคนแล้ว
Thailand is undergoing a sensitive transition with the passing of the long-lived, much beloved King Bhumibol Adulyadej (Rama 9). However, during this difficult time for Thais, they should understand that their beloved King has joined his forefathers in immortality, forever woven into the fabric of Thai history, culture, and the nation's very heart.

Not a corner of the nation was unaffected by the life's work of King Bhumibol Adulyadej. He ceaselessly worked in the promotion of infrastructure and development in the farthest reaches of the Kingdom bringing electricity, water, and sustainable agriculture with him.

Those few corners he has not reached have been transformed by those inspired by his example.

Networks of organic farmers and those promoting alternative energy, inspired by the King's example, have brought light to hilltop villages, isolated and forgotten communities existing in the shadows of Thailand's modern seaside tourist industry, and in the form of innovations and achievements created by those eager to follow in the footsteps of His Majesty in dedicating their life and work not just to their own betterment, but to the nation's.

By understanding King Bhumibol Adulyadej's achievements and example in life, he lives on in eternity in the hearts and actions of Thais the world over. Their love for their King already has made a profound impact on those who see and experience its positive effects. The King of Thailand is the heart and strength of the nation, a rallying point around which Thais, regardless of any other differences they may have, can join together around to overcome any obstacle.



Thais have done this throughout the nation's ancient history, overcoming monumental obstacles many neighboring nations were defeated by.


That is perhaps why the enemies of Thailand have so eagerly and for so many decades attempted to undermine and diminish this strength of the nation.

But it is very likely that Thailand's enemies do so in vain.

Thais will mourn the passing of King Bhumibol Adulyadej, but as long as each Thai lives his example in their daily lives, whether it is dedicating themselves first to their nation and people before themselves, or helping develop the nation through hard work and innovation, or inspiring the best in others, King Bhumibol Adulyadej will live on forever.



His accomplished forefathers too live on in the hearts, minds, and actions of millions of Thais. He has now joined them setting the stage for successors to follow in his example.

This year that the nation mourns His Majesty's passing, is a year we can take extra time to finally live the example he left for us, the greatest way to honor the work he did in life. For those who already live his example, realize that in your deeds and actions you are the means through which Thailand's beloved King Bhumibol Adulyadej will live on in a very meaningful, tangible way, forever.

Simple Things You Can Do 
  • Grow a garden to supplement your daily diet;
  • Start an organic farm as a business and to make healthy, local food more accessible; 
  • Support Thai farmers at real farmers' markets to strengthen local farmers; 
  • Help tutor local students that live around you; 
  • Join an organic agriculture network;
  • Help the many networks in Thailand promoting sustainable, alternative energy and; 
  • Join innovators who work to improve Thailand's infrastructure and economy.
These are just a few examples of what we can do (and there are many other examples) to follow in King Bhumibol Adulyadej's footsteps, and through which his life and example will live on long after Thailand's mourning is over. When the nation's mourning is over, by committing to these principles and the King's example, Thailand will be stronger than ever.